วิธีลดหน้าท้องผู้ชายและดูแลตัวเอง

การลดนํ้าหนักและดูแลตัวเองนั้น สิงสำค้ญมากที่เราต้องหัดทำให้ เป็นนิสัยก็คือ ใช้วิธีลดหน้าท้องผู้ชายที่เหมาะสม และการหมั่นสังเกตตัวเอง เช่น ดูว่าแต่ละมื้อเรากินอะไรเข้าไป บ้าง ตอนนี้เราหนักเท่าไรแล้ว เมื่อวานออกกำลังกายแล้วหรอยัง ถ้าเมื่อวาน เรากินเยอะจนน้าหนักขึ้น วันรุ่งขึ้นก็อาจจะต้องออกกำลังกายมากขึนเล็กน้อย หรือระวังมื้อต่อๆไปเพิ่มขึ้นอีกนิด เข้มงวดกับตัวเองขึ้นอีกหน่อย แต่พอนํ้าหนัก เริ่มกลับมาคงทีแล้วก็อาจจะผ่อนลงได้บ้าง เพื่อไมให้เคร่งเครียดจนเกินไป
การสังเกตตัวเองในความหมายของผมนั้นไม่ได้หมายความว่า เราจะ ต้องหมกมุ่นกับการชั่งนํ้าหนักวันละหลาย ๆ ครั้ง แล้วมานั่งกังวลกับตัวเลข แต่หมายถึงการหมั่นชั่งนํ้าหนักเพื่อให้เรารู้ตัวเองว่าต่อไปควรทำอะไร ควร จะเข้มหรือผ่อน หย่อนหรือตึงกับการควบคุมตัวเอง เพราะการชั่งน้าหนักเป็น วิธีหนึ่งที่ทำให้เราสามารถลังเกตและพิจารณาตัวเองได้ง่ายที่สุดว่าตอนนี้เราเป็น อย่างไร น้ำหนักจะเป็นเครื่องสะท้อนพฤติกรรมของเราได้อย่างเที่ยงตรงที่สุด โดยไม่หลอกและไม่เข้าข้างตัวเอง ทำให้เรามีวินัยและเข้าใจตัวเองมากขึ้น
.นอกจากนั้น การชั่งนํ้าหนักยังช่วยสร้างกำลังใจให้เราได้ด้วย เพราะ เมื่อเราออกกำลังกายเสร็จแล้วมาชั่งน้ำหนัก น้าหนักจะหายไปทันที ทำให้เรา มีกำลังใจที่จะออกกำลังกายต่อไป หรือถ้าวันนั้นน้าหนักของเราใกล้จะข้ามหลักไป อีกตัวเลขหนึ่งแล้ว เช่น ถ้าตื่นมาแล้วผมชั่งน้ำหนักได้ 75.4 กิโลกรัม วันนั้น ผมจะมีกำลังใจวิ่งได้มากเป็นพิเศษ เพราะรู้ว่าหลังจากวิ่งแล้ววันนี้น้าหนักเรา จะไปแตะเลข 74 ปลายๆได้ จึงมีแรงฮึดเต็มที่ วิ่งสุดชีวิต

สารต้านอนุมูลอิสระที่คุณต้องการ

สารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติในอาหารหลายชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้สดและผัก แต่ถ้าคุณไม่เคยกินอาหารที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะใช้อาหารเสริมเพื่อให้แน่ใจร่างกายของคุณได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็น หากคุณมีงานที่น่าตื่นเต้นและชีวิตครอบครัวไม่ว่างก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเสมอไปกินที่คุณควรซึ่งเป็นเหตุผลที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีความสำคัญดังนั้น

สำหรับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับริ้วรอยหรือมีความกังวลเรื่องสุขภาพอื่น ๆ ก็โอเคที่จะรวมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่ามีเช่นคิดว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเกินขนาดคือเพื่อให้คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับ overdoing มัน สารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันและซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายนำไปสู่​​การมีสุขภาพชีวิตที่ปราศจากโรค

โรคที่พบบ่อยมากและโรคที่เกิดขึ้นจริงโดยโภชนาการที่ไม่เหมาะสม โภชนาการที่ไม่ดีสามารถลดลงป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายทำให้คุณอ่อนแอมากขึ้นต่อการเจ็บป่วยและโรค ถ้าคุณได้รับบาดเจ็บที่ร่างกายของคุณจะดีขึ้นสามารถที่จะรักษาเมื่อคุณได้จัดด้วยสารอาหารที่เหมาะสม ในการศึกษาอาหารเสริมที่ผ่านมาผู้ที่มีความสมดุลของสารอาหารในร่างกายของพวกเขารายงานว่าพวกเขามีพลังงานมากขึ้นและรู้สึกดีขึ้นกว่าที่เคย พวกเขาสามารถบอกความแตกต่างในวิธีการที่พวกเขารู้สึกว่าเมื่อพวกเขามีโภชนาการที่เหมาะสมและเมื่อพวกเขาทำไม่ได้! มีหลายประเภทของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระออกมี แต่รูปแบบธรรมชาติทั้งหมดมีแนวโน้มที่จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของคุณ ประโยชน์อื่น ๆ โดยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ไดรฟ์เพศที่เพิ่มขึ้นและการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้นทั่วร่างกาย จะมีชีวิตอยู่นานวิถีการดำเนินชีวิตที่มีสุขภาพดีก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดีและใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำเป็น

อย่าทำผิดพลาดของการคิดว่าเมื่อคุณมีการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่คุณสามารถกินสิ่งที่คุณต้องการเพราะมันไม่ได้ทำงานวิธีที่ ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถทำขึ้นสำหรับสารอาหารที่ขาดหายไปไม่พบในอาหารของคุณ แต่พวกเขาไม่ควรพึ่งพาการทำเช่นนั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดของคุณจะเป็นที่จะได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการจากอาหารที่คุณกิน มุ่งเน้นการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ; มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่มันเสียง! ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นการใช้อาหารเสริมก็เป็นความคิดที่ดีที่จะพูดคุยกับแพทย์ของคุณเพียงเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรที่คุณใช้จะโต้ตอบกับยาตามใบสั่งแพทย์ใด ๆ ที่คุณอาจจะใช้เวลา แพทย์ของคุณอาจจะไม่สามารถที่จะทำบางการทดสอบเลือดพื้นฐานในการตรวจสอบว่าคุณมีการขาดสารอาหารใด ๆ และบอกคุณว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่คุณจริงจะต้องมีการ โดยการแสวงหาคำแนะนำของแพทย์ของคุณที่คุณสามารถให้แน่ใจว่าคุณไม่ต้องเสียเงินในอาหารเสริมที่คุณจริงๆไม่ต้องการ!

ควรงดน้ำผลไม้เพราะมีน้ำตาลมาก

อืกอย่างที่ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยงก็คือนํ้าผลไม้ ซึ่งแม้จะมีประโยชน์ แต่ก็มีน้ำตาลมาก ถ้าดื่มมากเกินไปก็จะกลายเป็นบ่อเกิดของความอ้วนได้ โดยเฉพาะน้ำผลไม้สำเร็จรูปที่ขายกันเป็นกล่อง ๆนั้น แต่ก่อนผมและที่บ้าน ชอบมาก ต้องดื่มเป็นประจำ แต่มารู้ทีหลังว่าไม่ควรดื่มมากเกินไป เพราะหวาน มาก และทำให้เราเผลอบริโภคน้าตาลเกินความต้องการของร่างกายโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากในน้าผลไม้แก้วหนึ่ง เซ่น น้าล้ม มาจากล้มประมาณ 78 ผล ดังนั้น ถ้าเราดื่มน้าล้มวันละ 3 แก้ว ย่อมเท่ากับเรากินล้มวันละ 2124 ผลเลยทีเดียว ซึ่งเกินความต้องการของร่างกายไปมาก สรุปแล้วเครื่องดี่มที่ดีที่สุดสำหรับเราไม่ว่าจะกำลงลดความอวน หรือไม่ก็คือนํ้าเปล่า ซึ่งแม้แต่การดื่มน้าเปล่าก็ยังต้องดื่มให้ถูกวิธีด้วย เรื่องนี้ ผมเมาจากตอนที่ไปทำพันเย็น ซึ่งเขาตรวจสภาพร่างกายแล้วบอกว่าผมเป็น คนผิวแห้งมาก ต้องดื่มน้าให้มากกว่านี้ แต่ผมก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะผม ดื่มน้าวันหนึ่ง 23 ลิตรเป็นอย่างน้อย แต่เขาก็ยืนยันว่าผิวผมแห้ง ขาดน้ำ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะผมดื่มน้าผิดวิธี คือดื่มทีละมากๆรวดเดียว โดยไม่ได้ดื่ม ให้สมาเสมอตลอดทั้งวัน ซึ่งนับว่าเป็นความรู้ใหม่ทีเดียว

ทานเหล้าช่วยเพื่มการเผาผลาญไขมัน

ทุกวันนี้ถ้ารู้ว่า ต้องไปกินข้าวกับเพื่อนและมีแนวโน้มว่าจะต้องดื่ม ผม จะเลือกไปร้านอาหารญีปุนทันที แล้วสั่งปลาดิบหรือไม่ก็ปลาย่างมาเป็นกับแกล้ม ส่วนเหล้า จากที่เคยดื่มผสมโซดาและน้ำอัดลมก็เปลี่ยนมาผสมโซดาและ นํ้าเปล่า แล้วค่อยๆลดโซดาลงให้เหลือแต่น้าเปล่า เพื่อให้ดื่มเหล้าได้น้อยลง ผมเคยนั่งสังเกตคนญี่ป่นคนหนึ่งซึ่งมานั่งดื่มเหล้าอยู่ที่ร้านอาหารณี่ปุน ที่ผมชอบไป เขาเทโซจู (เหล้าขาวของเกาหลี) ใส่ลงไปในชาเขียวเย็นแล้วดื่ม ส่วนกับแกล้มเขาสั่งสลัดปลาดิบ ทำให้ผมเห็นความแตกต่างระหว่างการดื่ม เหล้าของเขากับเรา เพราะแม้เขาจะดื่มเหล้า แต่เขาก็ยังดื่มแบบรักษาสุขภาพ ที่สุด ไม่ใช่ดื่มแบบทำร้ายตัวเองที่สุดเหมือนเรา เพราะคนไทยเวลาดื่มเหล้า ต้องผสมโซดาหรือน้ำอัดลม ส่วนกับแกล้มก็สั่งแต่อาหารมันๆอย่างถั่วทอด หรือขาหมูเยอรมัน จะให้สั่งชาเขียวกับสลัดปลาดิบแบบเขาก็คงไม่มีใครทำ นอกจากเหล้า เบียร์แล้ว ชา กาแฟ ก็เป็นเครื่องดื่มที่คนลดนํ้าหนัก ควรหลืกเลี่ยงเช่นกัน เพราะทั้งชาและกาแฟต่างก็ส่งผลเสียต่อระบบย่อยและ เผาผลาญอาหารของคนเรา

เบียร์มีแคลอรี่สูงและอ้วนง่าย

โชคดีที่เมื่ออายุมากขึ้นผมก็เริ่มดื่มน้อยลงได้เอง เพราะรู้สึกว่ารางกาย เราแปลง เมื่ออายุเริ่มเข้าเลขสาม แม้ว่าความฮึกเหิมจะเท่าเดิม แต่ร่างกาย เริ่มไม่เหมือนเดิมแล้ว จากที่ดื่มเท่าไรก็ไม่เมา กลายเป็นดื่มไม่เท่าไรก็เมา ยัง ไม่ท้นไรต้องรีบกลับบ้าน เพราะรู้สึกไมดี พอกลับถึงบ้านก็อ้วกเละเทะ จนรู้สึก แปลกใจตัวเอง แล้ววันรุ่งขึ้นก็ปวดหัวทั้งวัน ผมจึงค่อยๆดื่มเหล้าน้อยลงไปเอง จนเหลือแค่การดื่มพอให้เข้าสังคมได้สนุก ๆ เท่านั้น ปัจจุบันนี้ผมไม่ได้อยู่ในช่วงลดความอ้วนแบบหนักหน่วงแล้ว ผมก็อนุญาต ให้ตัวเองดื่มเหล้าดื่มไวนได้บ้างถ้าจำเป็น แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าจะพยายามไม่ดื่ม อีกเลยตลอดชีวิตก็คือเบียร์ เพราะไม่อยากกลับไปเข้าคอร์สทลายพุงอีกแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่จำเป็นจริงๆผมก็จะพยายามไม่หาเรื่องดื่ม เพราะ ข้อเสึยอีกอย่างหนึ่งของการดื่ม เหล้าก็คือ นอกจากจะทำให้เราอ้วนเพราะเหล้า แล้ว ยังทำให้เราอ้วนเพราะกับแกล้มด้วย ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ต้องมีกับแกล้ม กินด้วยตลอดเวลาที่ดื่มเหล้า และเช่นเดียวกับเหล้า ผมก็กินกับแกล้มได้ น่ากลัวมากพอๆกัน จนเพื่อนๆชอบแซวว่า เอ้ย นี่กินกับแกล้มหรือกินเป็น มื้อวะ เพราะผมกินกับแกล้มเปลืองมาก เพื่อไม่ให้ตัวเองเมา พวกขาหมูทอด จิ้มนํ้าจิ้มซีดูด ไล้กรอกทอด ฯลฯ ผมจะสั่งมาเต็มโต๊ะตลอด และกินได้ตลอด เวลาที่ดื่ม

ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพ

ช่วงที่ลดนํ้าหนัก สิ่งหนึ่งที่ผมต้ดขาดเลยก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งหลาย เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ ซึ่งไม่ว่าสูตรไหนตำราใดก็พร้อมใจกัน ห้ามเด็ดขาดสำหรับคนลดความอ้วน เพราะเป็นตัวเสริมสร้างไขมันทังนั้น โดยเฉพาะเบียร์ที่เรียกได้ว่าเลวร้ายที่สุด เพราะทั้งทำให้อ้วน บวม แล้วยังทำให้ ลงพุงอีกด้วย ผมคงไม่ต้องบอกว่าเหล้าเบียร์ไม่ดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง เพราะเชื่อว่า ทุกคนก็คงรู้กันดีอยู่แล้ว แต่แม้จะรู้ทั้งรู้ หลายคนก็ยังอดไม่ได้ ผมเองก็เป็น คนหนึ่งที่เคยดื่มจัดมาก สมัยหนุ่มๆผมดื่มเท่าไรก็ไม่เมา ใครเห็นผมดื่มเหล้า ก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไอ้เปิร์ทมันกินเหล้าน่ากลัวมาก เวลาดื่มเบียร์ ผมจะชอบสั่งเบียร์ยุโรปแก้วใหญ่ๆ แก้วละประมาณครงลิตร คืนหนึ่งจะดื่ม ประมาณ 6 แก้วเป็นอย่างน้อย โดยที่ยังไม่รู้สึกอะไร
แม้จะดื่มเก่ง แต่ผมก็ไม่ใช่เป็นคนติดเหล้าที่ต้องชวนคนนั้นคนนี้ไปดื่ม หรือต้องเปิดเหล้าดื่มเองที่บ้านคนเดียวทุกคืน เพราะส่วนตัวผมไม่ได้ชื่นชอบ รสชาติของเหล้าเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ชอบบรรยากาศของการดื่มเหล้า การ ได้นั่งเฮฮากับเพื่อนๆ ดื่มไปคุยกันไป ขำๆสนุกๆ แต่ข้อเสียของผมคือ พอเหล้า เข้าปากรุบจะเริ่มฮึกเหิม คึกคะนอง แล้วก็ยุกัน ท้าทายกันให้ดื่ม ในที่สุด จึงเป็นอันต้องจบอย่างหมาทุกทีไป เพราะผมเป็นคนแพ้ความสนุก และเมื่อสนุก แล้วก็มักจะลืมตัว กินไปเรื่อย ไม่บันยะบันยัง